วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Concerto - For Whom the Requiem Plays 5



Concerto 5
Location : ฮอลล์คอนเสิร์ต

เอย์จิ : ฮึฮึ ตื่นเต้นเนอะ เคย์โตะ?

คอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยบทเพลงความตาย แล้วก็เพลงงานศพจากรอบโลก สุดยอดไปเลย

ถ้าวิญญาณของผมถูกชำระล้างแล้วโดนส่งไปสวรรค์ มันก็คงไม่เหลือภาระอะไรให้เธอแล้วล่ะ เคย์โตะ


เคย์โตะ : ...ฉันว่านายก็คงจะรู้อยู่แล้วล่ะ แต่ว่าส่วนมากงานศพน่ะ จะนำพาความสงบสุขมาให้กับคนที่ยังอยู่มากกว่าคนที่ตายไปแล้วนะ

เพราะเขาจะต้องรับมือกับความสูญเสีย และเอาชนะโศกนาฏกรรมที่เรียกว่าความตาย


เอย์จิ : เธอพยายามจะบอกว่าไม่ว่าจะเป็นเพลงหรือดนตรี ก็ไม่สามารถส่งไปจนถึงโลกแห่งความตายได้อย่างนั้นเหรอ?

ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นล่ะก็ การมานั่งฟังอะไรแบบนี้นี่มันเสียเวลาชะมัด ผมไม่อยากจะฟังเพลงที่สงบสุขเพื่อยอมรับความตายของตัวเองหรอกนะ


เคย์โตะ : ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะ ที่จะตัดสินว่าความเป็นความตายของตัวเองจะเป็นยังไง ความตายน่ะ เป็นปริศนา มันคือสิ่งที่น่ากลัว

จากที่ฉันเคยสังเกตมาจากการตายและงานศพต่างๆ ของคนอื่น คนน่ะ ทำได้แค่เตรียมตัวสำหรับความตายที่กำลังจะเข้ามาถึงเท่านั้นแหละ

เขาจดพินัยกรรมเอาไว้ว่าหลังจากที่ตัวเองตายไปแล้ว อยากให้ช่วยทำอะไรยังไง แล้วก็เขียนประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่พวกเขาทำได้ในงานศพ

--นั่นคงเป็นสิ่งที่ฉันพูดตอนที่ตัวเองยังเป็นเด็ก ฉันมันก็แค่เด็กอวดดีไร้ยางอาย ที่พยายามจะท้าทายพ่อแม่และพี่ชายของฉันด้วยการหาความขัดแย้งในทฤษฎี


เอย์จิ : เธอพยายามทำตัวแบบอิคคิวซังอยู่งั้นเหรอ? วิ่งไปมาถือกิ่งไม้กับหัวกะโหลกกระดาษไปๆ มาๆ

ฮึฮึฮึ ตอนนั้นนี่มันน่ารักมากเลยเนอะ

เธอพูดว่ามันเป็นเรื่องตอนที่เธอยังเด้ก เพราะงั้นก็แปลว่าตอนนี้เธอมองทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วสินะ


เคย์โตะ : ...ฉันคิดว่าสิ่งที่ฉันทำตอนเด็กๆ มันจะทำให้เกิดช่องโหว่ขึ้นมา แต่มันก็สร้างความกลัวให้ฉันเพิ่มขึ้นมาเช่นกัน

แล้วฉันก็ได้ค้นพบความแตกต่างของความผิดและความถูกต้องด้วยการเปรียบเทียบจากความแตกต่าง ฉันก็เลยได้ค้นพบความจริง

หรือบางทีฉันก็ได้เรียนรู้คำตอบที่ถูกต้องจากใครบางคนที่เก่งกว่าฉัน แล้วฉันก็เลยได้รู้อะไรใหม่ๆ มากขึ้น

แต่ตราบใดที่มนุษย์เรายังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่มีใครมีวันที่จะมีความสงบอยู่ในใจหรอก ทำได้เพียงแค่คิดต่อไปเรื่อยๆ มันสร้างแต่ปัญหา การใช้ชีวิตก็เป็นรูปแบบหนึ่งของความทรมาณเช่นกัน

ฉันเลือกที่จะทำใจแล้วเผชิญหน้ากับความจริง ดีกว่ามัวแต่มาคิดมาก มันไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาเรื่องแบบนี้ง่ายๆ หรอก และแน่นอนว่านายไม่มีวันจะขอร้องอ้อนวอนให้ความตายช่วยสอนได้เช่นกัน


เอย์จิ : ถ้าเกิดผมตายก่อนเธออย่างที่เธอบอก ผมจะไปเข้าฝันเธอ แล้วก็ยัดเยียดแผนทุกอย่างที่ผมคิดไว้ให้ ทั้งเรื่องจริงและไม่จริง จะยัดลงไปในหัวเธอให้หมดเลย


เคย์โตะ : ฟังแล้วน่ารำคาญชะมัด งั้นฉันก็จะเตรียมไล่ผีอย่างนายออกไปให้ไวที่สุดเลยล่ะ


มาดาระ : ฮ่าฮ่าฮ่า! ดูเหมือนพวกนายกำลังคุยเรื่องยากๆ กันอยู่สินะ!

สุดยอดไปเลย! คุยเรื่องไร้สาระให้จริงจังเองก็เป็นสีสันของวัยรุ่นนี่นา!


เคย์โตะ : ...มิเคจิมะ ไม่ใช่ว่านายกำลังจะเล่นตคอนเสิร์ตที่นี่เหรอ? ทำไมนายมาอยู่ตรงที่นั่งผู้ชมได้เนี่ย?


เอย์จิ : ว่าไง มิเคจิมะคุง นอกจากเธอจะร่าเริงแล้วยังทำตัวยิ่งใหญ่ เธอยังชอบโผล่ออกมาจากจุดที่คนอื่นมองไม่เห็นอีกด้วยนะเนี่ย

แต่ว่าช่วยหยุดทำแบบนี้จะได้มั้ย มันจะทำให้หัวใจผมวายเอานะ


มาดาระ : ขอโทษที! ก็นะ ตอนที่ฉันเด็กๆ ผู้คนมักจะชอบเรียนฉันว่ามิเคะคุง​* ฟังดูเหมือนชื่อแมวเลย ว่ามั้ย! ฉันก็เลยหัดเคลื่อนไหวแบบแมวยังไงล่ะ!

แมวมักจะไปท่ีเป้าหมายของมันโดยไม่ส่งเสียงให้ใครรับรู้ แล้วก็โจมตีโดยที่ไม่ทันระวังตัว

มันก็เหมือนกับความตายยังไงล่ะ เอาแล้วสิ ฉันเข้าไปร่วมในบทสนทนาของพวกนายซะแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า!


เอย์จิ : ...เธอนี่มันร่าเริงจริงๆ แถมยังดูเหมือนว่าเธอกำลังพยายามเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่นอีกต่างหาก ทำให้พวกเราไปสนใจเรื่องอื่นด้วยหัวข้อที่ดูน่าสนใจ

เธอควรจะตอบในสิ่งที่ถูกถามมาดีๆ นะ


มาดาระ : ไม่ใช่ว่ามันเป็นหนึ่งในทริคที่พวกนายสองคนชอบใช้เสมอรึไง? พวกเราไม่ได้พูดถึงโจทย์คณิตศาสตร์กันซะหน่อย มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะได้บทสนทนาที่จริงใจและตรงไปตรงมาจากตอนนี้น่ะ

มาพูดเรื่องเกี่ยวกับตความจริงกันเถอะ ฉันมาที่นี่เพื่อสองเหตุผล

อย่างแรก! ฉันเอาน้ำมาเสิร์ฟให้พวกนาย! รับไปสิ เครื่องดื่มที่นี่ฟรีนะ


เคย์โตะ : อย่างกับคอนเสิร์ตร็อคเลย 

...อ๊ะ ไม่สิ ฉันไม่ค่อยถูกกับดนตรีประเภทนั้นเท่าไหร่ ก็แค่บังเอิญรู้เท่านั้นแหละน่า


มาดาระ : ไม่ต้องแก้ตัวหรอกน่า! ฉันได้เรียนเรื่องพวกนี้จากเรย์ซังตอนที่ฉันไปช่วยงานเขาน่ะ...

รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นั่น แล้วก็ Deadman ♪

ยังไงก็เถอะ พวกนายเป็นแขกคนสำคัญ เพราะงั้นฉํนอยากต้อนรับพวกนายมากๆ เลย! ฉันเตรียมเครื่องดื่มพวกนี้ด้วยตัวเองเลยนะ!

ดีทั้งต่อสุขภาพ แล้วก็อ่อนโยนต่อกระเพาะพวกนายด้วย!

พวกนายไปนั่งรอที่คาเฟ่ก่อนที่จะมาที่นี่ใช่มั้ยล่ะ?

กลิ่นเหมือนกับว่าพวกนายไปมาแน่ๆ น่ะ เพราะงั้นฉันก็เลยเตรียมเครื่องดื่มที่เหมาะกับลิ้นและท้องของพวกนายมา


เอย์จิ : ใจดีจริงๆ ในฐานะสมาชิกของชมรมน้ำชา ผมควรจะเชื่อฟังคำแนะนำของเธอสินะ

ไม่รู้ว่าเป็นเพรราะการดูแลของมที่บ้าน หรือว่าเป็นที่ตัวผมเอง แต่ผมก็ควรจะดูแลตัวเองก่อนจริงๆ


มาดาระ : ไม่หรอก สำหรับฉัน ฉันคิดว่าคนที่ไม่คิดถึงตัวเองเป็นอย่างแรกมันน่ารังเกียจที่สุด!

ไอดอลน่ะ ชอบคิดเสมอเลยว่า ความพอใจของคนดูคือทุกอย่าง แต่ว่า...

สำหรับเส้นทางของการใช้ชีวิตมันไม่ใช่ มันจะทำให้นายเสียความเป็นคนไปเลยล่ะ


เอย์จิ : ฉันเห็นด้วยกับเรื่องนั้นนะ

อา... เครื่องดื่มนี่มันเพอร์เฟค เหมาะกับพวกเราตอนนี้มากเลยล่ะ... ถ้าเกิดเป็นเธอล่ะก็ ทำงานอะไรก็สำเร็จแน่นอน แม้ว่าจะไม่ใช่งานของไอดอลก็ตาม


มาดาระ : ฮ่าฮ่าฮ่า! ฉันเข้าใจเลยล่ะ! แต่ฉันคิดว่าพวกของที่ได้รับมาง่ายๆ มันไม่ได้มีค่าขนาดนั้นหรอกนะ เหมือนกับสมบัติที่หล่นอยู่ตามทางเดิน ไม่ค่อยมีคนเก็บมันไปหรอก​!

ฉันเก่งเรื่องอะไรแบบนี้อยู่แล้วล่ะ ชีวิตของฉันเต็มไปด้วยคำว่าประสบความสำเร็จ เต็มไปด้วยชัยชนะ แต่ว่ามันน่าเบื่อนะ

เพราะงั้นหลังจากนี้เป้าหมายของฉันก็คือ การเป็รอะไรซักอย่างที่ฉันไม่มีวันเป็นได้! หรือจะพูดให้ถูก เป็นหม่าม๊ายังไงล่ะ!

ฉันก็เลยตั้งชื่อยูนิตว่า MaM

...พวกนายสองคนมาที่นี่เพื่อถามฉันเรื่องนี้ใช่มั้ยล่ะ?

========================================
ในที่สุดก็ได้อัพบทนี้ซักทีค่ะ ฮือ 555555

จริงๆ ที่บทนี้อัพช้า หลักๆ คือเพราะว่าพิมพ์ไว้ในคอม แล้วตัวไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ออกไปไหนมาไหนตลอด จนไม่มีเวลามานั่งพิมพ์ยาวๆ แต่วันนี้ได้หยุดครั้งแรกในรอบสองอาทิตย์เลยเอาเวลามานั่งพิมพ์ก่อน งานที่เหลือค่อยว่ากัน

เหมือนกับที่แจ้งไปในทวิตค่ะ ว่าเนื้อเรื่องต่อจาก Concerto จะย้ายไป Valkyrie แล้วนะคะ

มาอ่าน Marionette กัน <3 <3

จุดประสงค์จริงๆ ก็คือ สเตจวัลคีรี่ใกล้มาแล้ว เลยอยากพยายามแปลให้ทันสเตจค่ะ ค่อก แค่ก 55555

ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ :3

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

Ironic Blue


Sena Izumi (CV : Masami Itou)


Itsu datte jibun jishin o migakiage takameteku no wa

Jibun dake shitteru deshou sonna koto kurai

คนเดียวทำสามารถขัดเกลาฉันให้ส่องประกายได้ ก็คือฉัน ฉันรู้เรื่องนี้อยู่แล้วล่ะ


PRIDE to doryoku to de odoru hibi no pas de deux

เต้นรำไปด้วยความหยิ่งทะนงและพยายาม ไปกับ pas de deux* ของฉัน


Ironic Blue miseru yo kanpekina shiruetto

Rinto sesujin o nobashite kakatoage

Ishiki made pin to RELEVÉ shite

Egao o todokeru STAGE ga

Kitto subete datte (Check it out, baby)

Sonna no touzen de (Just for you, princess)

Ironic Blue ฉันจะแสดงเงาของความสมบูรณ์แบบออกมาให้ดู

เชิดหน้าอย่างสง่างาม และค่อยๆ ยกเท้าขึ้นมา

ฉันจดจำความรู้สึกทั้งหมดของฉันเอาไว้แล้วล่ะ

เวทีที่นำมาซึ่งรอยยิ้ม

มันคือทุกอย่างเลยล่ะ (Check it out, baby)

มันแน่นอนอยู่แล้วล่ะ (Just for you, princess)


Taisetsu ni kanjiru mono o taisetsu ni shite yuku koto ni

Riyuu toka setsumei toka hitsuyounai deshou

เพื่อที่จะกอบกุมของสำคัญของฉันเอาไว้

จะเหตุผลหรือคำอธิบาย ฉันไม่ต้องการหรอกนะ


Namaiki na ko wa chanto shitsukekete agenakucha

ดูเหมือนว่าฉันจะต้องสั่งสอนเจ้าเด็กไม่รู้กาลเทศะหน่อยแล้วล่ะ


Ironic Blue mau no wa fukigenna piruetto

Zettai dakyou suru nante arienaishi

Nareai toka kyoumi mo naishi

Saikou o kizamu IMAGE o shinjiteku tame ni

Ironic Blue เต้นรำหมุนตัวไปรอบๆ

มันจะไม่มีการปราณีหรอกนะ

ฉันไม่สนใจที่จะต้องมาตีสนิทกับเธอหรอก

ฉันเชื่อเพียงแค่ภาพของความสำเร็จอันงดงามเท่านั้น


Amaeda nante jama na dake

Kagami ni utsuru sugata ikikata sono mono

Ichi miri datte yuzureru wake nai kara koso

Donna (Everytime) toki mo (Myself) tsuranuku no sa

การพึ่งพาคนอื่นอย่างเดียวมันน่ารำคาญจะตาย

คนเดียวที่ฉันมองเห็นในกระจก คือตัวฉันบนเส้นทางของชีวิตอันยิ่งใหญ่

ฉันไม่มีวันยกโทษให้แม้แต่นิดเดียวเพราะเรื่องแบบนี้หรอกนะ (Everytime) ไม่สำคัญว่าตอนไหน (Myself) ก็สามารถสานต่อ


Check it out, baby

Just for you, princess

It’s my method


PRIDE to doryoku to de odoru hibi no pas de deux

เต้นรำไปด้วยความหยิ่งทะนงและพยายาม ไปกับ pas de deux ของฉัน


Ironic Truth ichiichi iwasenaide yo ne

Kitto taisetsu de suki na mono ni koso

Shibia ni naru keredo

Ironic Truth อย่าให้ฉันต้องบอกเธอทุกคำสิ

สิ่งที่ฉันรัก ฉันก็จะโอบกอดมันไว้ แม้ว่ามันจะกลายเป็นเพียงสีซีเปียไปในซักวันก็ตาม แต่ว่า


Ironic Blue miseru yo kanpeki na shiruetto

Rinto sesujin o nobashite kakatoage

Ishiki made pin to RELEVÉ shite

Egao o todokeru STAGE e

Ironic Blue ฉันจะแสดงเงาของความสมบูรณ์แบบออกมาให้ดู

เชิดหน้าอย่างสง่างาม และค่อยๆ ยกเท้าขึ้นมา

ฉันจดจำความรู้สึกทั้งหมดของฉันเอาไว้แล้วล่ะ

เพื่อเวทีที่นำมาซึ่งรอยยิ้ม


Iiko ni shitetara (Check it out, baby)

Homete ageru kara (Just for you, princess)

Issho ni ikou ka (It's my method)

Yume saku sekai no takami e

ถ้าเกิดเธอเป็นเด็กดีล่ะก็นะ (Check it out, baby)

ฉันจะพูดชมเธอ (Just for you, princess)

จะไปด้วยกันรึยัง (It’s my method)

สู่จุดสูงสุดของโลกที่เราใฝ่ฝัน

___________________

*Pas de deux แปลว่าคู่เต้นรำนะคะ


==================================

กลับมาแล้วค่ะ! เพิ่งสะดวกมาอัพ เมื่อวานพอกลับมาถึงกรุงเทพก็สลบเลย ไม่สะดวกมาอัพ


ตอนนี้จะพยายามเร่งเนื้อเรื่อง Concerto ให้จบแล้วนะคะ


อีเว้นท์ถัดไปเป็นตาของ Valkyrie แล้วค่ะ


แปลเพราะอยากดูสเตจให้รู้เรื่องล้วนๆ 555555


ไว้พบกันนะคะ :3

วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561

Concerto - For Whom the Requiem Plays 4



Concerto 4
Location : คาเฟ่

เคย์โตะ : ยังไงก็เถอะ ตอนนี้ MaM เป็นโซโล่ยูนิตเพียงยูนิตเดียวในยูเมะโนะซากิ

มันเป็นกรณีพิเศษของมิเคจิมะคนเดียว แถมพวกเรายังไม่รู้วิธีรับมืออีกต่างหาก

ถ้าเขาที่จะเลือกคนที่เขาชอบเข้ามาเพิ่มได้...

ทำให้กลายเป็นสมาชิกของ MaM แล้วก็กลายเป็นยูนิตปกติ นั่นมันจะทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้นมาเยอะ... แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้มีความคิดที่จะทำอะไรแบบนั้นเลย

เขาก็ยังคงทำงานในฐานะ โซโล่ยูนิต เหมือนเดิม ฉันเองก็เคยแนะนำเขาเรื่องคนไปแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย


เอย์จิ : มิเคจิมะคุงเป็นเด็กที่คาดเดายากอยู่แล้วล่ะ มันเป็นไปไมา่ได้หรอกที่คนธรรมดาๆ จะไปรับมือกับคนอย่างเขาได้ แถมระบบที่พวกเราวางไว้นี่แหละทเป็นตัวที่ทำให้เราไม่สามารถบีบบังคับให้เขาเพิ่มจำนวนสมาชิกในยูนิตได้


เคย์โตะ : ใช่เลยล่ะ แต่ละคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกเข้ายูนิตที่ตัวเองต้องการได้ ส่วนลีดเดอร์ก็มีหน้าที่รับผิดชอบในการอนุมัติการสมัคร

ถ้าจะพูดให้ถูก มันเป็นหน้าที่ของมิเคจิมะ


เอย์จิ : อ๊ะ ยังไงก็เถอะ ดูเหมือนว่ามิเคจิมะคุงจะสนิทกับอันสุจังมาซักพักแล้วสินะ

เธอเองก็ถูกนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของวงการไอดอลเหมือนกันไม่ใช่เหรอ เป็นกรณีพิเศษที่อยู่นอกเหนือของกฎเหมือนกัน

ทำไมเราไม่ลองเสนอให้อันสุจังเข้าไปเป็นสมาชิกของ MaM ดูล่ะ?


เคย์โตะ : เธอไม่มีอะไรที่จะต้องไปนี่นา

เธอทำให้ทานาบาตะเฟสติวัลจบไปได้ด้วยดีแล้วในฐานะของโปรดิวเซอร์ ถ้าเกิดพวกเราไปบอกให้เธอเป็นไอดอลล่ะก็ เธอต้องปฏิเสธแน่ๆ


เอย์จิ : เธอพูดถูกแล้วล่ะ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี ประสบการณ์ความสำเร็จก็เป็นสิ่งที่สามารถกำหนดเส้นทางชีวิตของแต่ละคนได้

มันก็คงไม่ดีถ้าเกิดพวกเราเอาอันสุจังที่แสนจะน่าสนใจไปเป็นตัวจำกัดการเคลื่อนไหวของมิเคจิมะคุง

ผมว่าเราคงต้องปล่อยเขาเอาไว้แบบนี้อีกซักพักแล้วล่ะ


เคย์โตะ : ฉันว่านะ ในตอนนี้เราทำได้แค่ทำให้ทุกอย่างเป็นปกติเหมือนกับที่มันเป็นทุกที

ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เราไม่ควรที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่งกับภัยธรรมชาติหรอกนะ

เราไม่ควรฝืนไปหยุดเขา มันจะทำให้พวกเราเสียแรงโดยเปล่าประโยชน์แน่ๆ


เอย์จิ : หืม~ การที่ต้องมาสู้กับคนที่เดาทางยากมันทำให้ผมเป็นห่วงนิดหน่อยนี่นา ถ้าเกิดมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาล่ะ?


เคย์โตะ : ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นล่ะก็ มีความเป็นไปได้ว่าเราอาจจะสามารถหยุดเขาเอาไว้ได้ด้วยกฎของโรงเรียน

โซโล่ยูนิตเองก็ถือว่าเป็นยูนิตเหมือนกัน เพราะงั้น กฎของยูนิตก็สามารถใข้ได้อยู่แล้ว

ไม่สำคัญว่าเมื่อมองไปที่เขาแล้ว เขาจะอยู่คนเดียวมั้ย แต่ว่า MaM เอง ก็ถูกถือว่าเป็นยูนิตเหมือนกัน

นั่นแหละ เขาถึงได้เข้าร่วมดรีมเฟสที่มีกฎว่า เฉพาะยูนิตเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมได้

และในเวลาเดียวกัน เถ้าเขาเรียกตัวเองว่า มิเคจิมะ มาดาระ เมื่อไหร่ เขาก็สามารถที่จะเข้าร่วมดรีมเฟสที่เป็นแบบรายบุคคลได้เช่นกัน

ถ้าเกิดเขาเข้าร่วมดรีมเฟสสำหรับยูนิต เขาก็แค่เปลี่ยนเป็นอีกชื่อเท่านั้น

เจ้าไอดอลประเภทนี้น่ะ มันชักจะเริ่มหลุดโลกมากเกินไปแล้วล่ะ


เอย์จิ : หรือถ้าให้พูดอีกแบบ มิเคจิมะคุงเป็นแค่คนเดียวที่สามารถเข้าร่วมดรีมเฟสได้ทุกรูปแบบ เพราะเขาเป็นข้อยกเว้น-- เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

เขาทำให้พวกเราเสียค่าใช้จ่ายไปมากเลยล่ะ เขาสามารถทำงานที่รับเฉ​พาะยูนิตได้ แล้วก็เก็บเงินทั้งหมดเอาไว้เอง

แถมเพราะว่าไม่มีสมาชิกคนอื่น ถึงได้ไม่มีใครสามารถหยุดเข้าเอาไว้ได้

ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาต้องการ ไม่ใช่ว่าพวกเราตามใจเขามากเกินไปหน่อยเหรอ?

ผมอยากเปลี่กฎของโรงเรียนเพราะว่าจะได้แก้ไขข้อเสียของเจ้าสิ่งที่เรียกว่าโซโล่ยูนิตซะ

ถ้าจะให้สมมติละก็ ถ้าเกิดเรายอมรับโซโล่ยูนิต ในขณะที่พวกเราไม่ยอมรับโกะคิจิน ทุกอย่างก็จะแตกเป็นเสี่ยงๆ

เพราะว่ามันก็จะเท่ากับพวกเรายอมให้เจ้าพวกโกะคิจินเคลื่อนไหวได้ตามใจชอบ พวกเราก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปแตะต้องเจ้าพวกนั้น

แต่ว่าในตอนนี้ ทุกอย่างมันจบแล้วล่ะ เราทำได้แค่เมินโซโล่ยูนิตไป แต่ว่า...

ประวัติศาสตร์มันจะย้อนรอยกลับมาอีกครั้ง ถ้าเกิดมันเกิดเรื่องแบบเดิมกลับมาอีกล่ะก็... ฉันเป็นห่วงวว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าโซโล่ยูนิตจะขัดขวางเด็กๆ ที่จะเข้ามาอีกในอนาคต


เคย์โตะ : ก็นะ เรื่องนั้นมันไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก พวกเด็กที่จะเข้ามาภายในอนาคตจะต้องคิดแก้ปัญหาด้วยตัวของพวกเขาเอง

เรื่องราวเหล่านี้มันจะเกิดขึ้นในโลกที่เราไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวได้

ฉันคิดวิธีแก้ปัญหาเอาไว้แล้วล่ะ ที่จะลบปัญหาที่เรียกว่าโซโลายูนิตออกไป พร้อมกับตอนที่มิเคจิมะเรียนจบ

ระบบมันไม่สามารถใช้ได้ถ้าเกิดยังคงนับว่าคนคนเดียวเป็นยูนิตได้อยู่แล้ว


เอย์จิ : ปัญหาพวกนี้มันทำให้ผมปวดหัวมากๆ เลยล่ะ ผมว่าผมคงวางมือไม่ได้ง่ายๆ ซะแล้ว


เคย์โตะ : นี่แหละ คือที่ที่การต่อสู้ที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้น นายทำได้ เอย์จิ ฉันเองก็จะพยายามให้เต็มที่เหมือนกัน


เอย์จิ : เธอพูดถูกแล้วล่ะ เธอเป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่น้า... เคย์โตะ

อย่างแรกเลย ไปดูคอนเสิร์ตของวันนี้กันก่อนเถอะ ไปประเมินความสามารถของมิเคจิมะคุง เพื่อมาพัฒนาความสามารถของฝั่งพวกเราด้วย

ถ้าเกิดเขากลายเป็นทิ่งที่ไม่มีความสำคัญขึ้นมาแล้วล่ะก็ พวกเราก็ปล่อยเขาเอาไว้แบบนั้นได้แล้วล่ะ แต่ถ้าเกิดเขาดูท่าจะอันตรายล่ะก็ พวกเราจะได้วางแผนเตรียมที่จะรับมือกับเขา

เพราะว่า fine ในช่วงนี้เป็นไปไม่ค่อยดีเท่าไหร่ งานของผมก็เลยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนผมเริ่มจะท้อแล้วล่ะ แต่ว่า...

เราจะต้องค่อยๆ คลี่คลายปัญหาเหล่านี้ไปทีละอย่าง

เพื่ออนาคตของวงการไอดอลที่พวกเรารัก

"ผู้ชายเป็นเกราะกำบัง ผู้ชายเป็นปราสาทของพวกเธอ"* ให้พวกเราได้รดน้ำลงไปในสวนที่สร้างไอดอลขึ้นมา ในยูเมะโนะซากิ อคาเดมี่ ที่จะคอยสร้างผู้คน และสนับสนุนผู้คนในวงการนี้

เมื่อไม่นานมานี้โรงเรียนอื่นก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นมาแล้วเหมือนกัน เพราะงั้นที่จริงแล้วพวกเราก็ควรจะมุ่งมั่นอค่เรื่องการทำความสะอาดยูเมะโนะซากิด้วยซ้ำ แต่ว่าผมจะทำให้เต็มที่อย่างแน่นอน


เคย์โตะ : อืม ดีแล้วล่ะ ฉันจะทำทุกอย่างที่สามารถช่วยนายได้


เอย์จิ : (...เธอพูดเหมือนกับว่ามันไม่มีผลกระทบอะไรต่อเธอเลยนะ จริงๆ แล้วผมกังวลเกี่ยวกับ Akatsuki ของเธอมากกว่ามิเคจิมะคุงซะอีก

เมื่อไหร่เธอจะเลิกทำตัวเป็นผู้ปกครองของผม... แล้วก็เลิกทำตัวเหมือนกับผู้ช่วย หรือเลขา?

เธอพอใจกับอันดับที่สอง แล้วก็ไม่ยอมพยายามที่จะไปที่ตำแหน่งที่สูงมากกว่าตอนนี้

ศัตรูของพวกเราเป็นพวกโง่ที่แพ้ให้กับจิตใจของตัวเองไม่ใช่รึไง... เคย์โตะ?

แต่ส่าปัญหาของพวกเราใสนตอนนี้คือมิเคจิมะคุง ไม่ใข่เธอ เคย์โตะ

ผมมีอยู่แค่สองมือ มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่ผมจะรับมือกับปัญหาทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ให้ผมได้ค่อยๆ เดินไปทีละก้าวเถอะ นั่นคือทางเดียวที่ผมจะไต่บันไดขึ้นไปจนถึงสวรรค์ได้

ไม่สิ... ถ้าเกิดเคย์โตะคิดจะช่วยส่งผมไปล่ะก็ ผมว่ามันคงไม่ใช่สวรรค์หรอก น่าจะเป็นที่ปฏิบัติธรรมซะมากกว่า?)


เคย์โตะ : เป็นอะไรไป เอย์จิ? ฉันไม่ให้นายกินเค้กชิฟฟอนหรอกนะ มันมีน้ำตาลมากเกินไป ไม่ดีต่อสุขภาพของนายหรอก


เอย์จิ : ไม่มีอะไรหรอก ผมแค่กำลังคิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นในอนาคตบ้างน่ะนะ


(Note *กลอนที่เอย์จิพูดมาจากทาเคดะ ชินเก็น หมายความว่า ไม่สำคัญว่าปราสาทจะแข็งแรงแค่ไหน ถ้าเกิดมันไม่ได้มีไว้ช่วยผู้คน มันก็จะพังลงมาอยู่ดี)

========================================
กลับมาอัพต่อแล้วค่า

คิดถึงมั้ยคะ แง 5555555

พอดีเครื่องรวนบ่อยมาก จนดองไปเลย แล้วเพิ่งจะผ่านสอบมิดเทอมมาอีก

แต่เริ่มกลับมาทยอยอัพต่อแล้วนะคะ

ผ่านมาแล้ว 4 ตอน คิดเหมือนกันมั้ยคะ

ทำไม 3 ดาวบทเยอะกันจังงง 5555555555

ตอนนี้ในทวิตมีอัพเรื่องสเตจด้วยนะคะ ลองไปอ่านกันได้ค่า จะทยอยอัพเรื่อยๆ ตามเวลาว่างนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามค่า

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561

Concerto - For Whom the Requiem Plays 3



Concerto 3


Location : ร้านคาเฟ่


เอย์จิ : รบกวนขอชาอีกถ้วยได้มั้ยครับ?


แล้วก็นี่ด้วย— “Salty Watermelon Parfait (มีเมล็ดเวทย์มนต์อยู่ข้างใน!)”



เคย์โตะ : อย่าสั่งอะไรแปลกๆ เลย เอย์จิ


ขอโทษนะครับ แค่ชาก็พอ


...ให้ตายสิ นายไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้วนะ อย่าตื่นเต้นเกินกว่าเหตุสิ


อากาศร้อนมันเผาพลังงานของนายมากนะ ถ้าเกิดเล่นมากเกินไปล่ะก็ นายได้เป็นลมจนเข้าโรงพยาบาลแน่ๆ



เอย์จิ : เอ๋~... ฉันไม่อยากเข้าไปอยู่โรงพยาบาลอีกแล้วตลอดชีวิตนะ



เคย์โตะ : ถ้างั้นก็รู้จักพอซะบ้างเถอะ นายอาจจะรู้สึกว่าไม่เป็นไร แต่ความจริงแล้วสภาพร่างกายนายมันย่ำแย่มากนะ รู้จักพักผ่อนซะบ้าง


ถ้าเกิดนายยังทำตัวคิดว่าตัวเองแข็งแรงเหมือนกับคนอื่นๆ นายก็คงเป็นแค่ไอ้โง่เท่านั้นแหละ



เอย์จิ : เธอนี่ชอบพูดอะไรให้ยุ่งยากจังเลยน้า เคย์โตะ ทำไมถึงไม่พูดแค่ว่า [ฉันเป็นห่วง] ล่ะ?


ให้ตายสิ พวกเราไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันแค่สองคนนานแล้วนะ แถมเธอก็เอาแต่บ่นผมตลอดเลย


ผมจำได้แล้วล่ะ เธอเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ดีใจนะเนี่ย ที่เธอไม่ได้เปลี่ยนไปเลย



เคย์โตะ : นายเองก็เหมือนกันแหละน่า เอาแต่นั่งหยิ่งผยองอยู่บนบัลลังก์ของ fine เป็นประธานนักเรียนผู้สง่างาม แต่ว่า...


ไส้ในของนายก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลย เจ้าเด็กเวร



เอย์จิ : อย่าพูดคำพูดแย่ๆ ระหว่างทานอาหารสิ เคย์โตะ


อ๊ะ เคย์โตะ ชิฟฟอนเค้กของเธอดูน่าอร่อยดีนะ ขอชิมหน่อยสิ ♪



เคย์โตะ : ถ้าเกิดนายคิดจะกินอะไรล่ะก็ เอาไว้หลังคอนเสิร์ตเถอะ


มันน่าจะจบก่อนเวลาอาหารกลางวันอยู่แล้ว


บวกกับขนาดกระเพาะนายถ้าเกิดกินมากๆ ตอนนี้ล่ะก็ มันได้กลับออกมาแน่



เอย์จิ : หืม? ออเคสตราที่เราจะไปดูมันเริ่มตอนบ่ายนี่นา?



เคย์โตะ : ตอนแรกฉันก็คิดว่ากำหนดการคร่าวๆ มันเป็นแบบนั้นนั่นแหละ เอย์จิ แต่ว่านั่นไม่ใชสิ่งที่นายอยากจะมาดูใช่มั้ยล่ะ


นายจะเรียกวงออเคสตรามาเล่นหน้าบ้านนายเมื่อไหร่ก็ได้อยู่แล้ว


การที่นายมาถึงเมืองอื่นทั้งๆ อากาศร้อนขนาดนี้ แปลว่ามันต้องมีอย่างอื่นที่นายอยากมาดูใช่มั้ยล่ะ?



เอย์จิ : เธอนี่เหมาะกับการเป็นนักสืบจริงๆ เลยน้า เคย์โตะ งั้นผมก็คงเหมือนวัตสันงั้นสินะ?



เคย์โตะ : ขอโทษวัตสันมาเดี๋ยวนี้ อย่างนายเป็นได้แค่มอเรียตี้ที่ตายในช่องเขาเท่านั้นแหละ



เอย์จิ : สงสัยผมจะใช้คำผิดไปหน่อย


เธอนี่ชอบตัวละครที่มีจิตใจงดงามที่อยู่ได้แค่ในนิยายเสมอเลยนะ


ความดีและความชั่วมันเป็นของที่อยู่คู่กันอยู่แล้วล่ะ ถ่าเกิดทุกคนในโลกนี้เป็นซูเปอร์แมน ลุงร้านซ่อมจักรยานก็คงเป็รฮีโร่ที่แท้จริงแน่ๆ



เคย์โตะ : มอนตี้ ไพธอนงั้นเหรอ... นายพยายามเปลี่ยนเรื่องรึไง เอย์จิ



เอย์จิ : โอ๊ะ รู้นี่นา หลอกเธอยากจังเลย


ช่างมันเถอะ ผมจะสำนึกผิดต่อโฮล์มอย่างที่เธอบอกนะ สาเหตุจริงๆ ที่ผมตั้งใจมาดูคอนเสิร์ตเล็กๆ ที่จะจัดในตอนเช้าน่ะ


แต่ที่จริงแล้วผมก็วางแผนว่าจะดูของตอนบ่ายด้วยนะ


มันถูกจัดขึ้นด้วยวงออเคสตราระดับโลก ที่มีประวัติอันยาวนาน ที่ควรมาดูซักครั้งให้ได้


และก็ยังเป็นคอนเสิร์ตที่ผมถูกขอร้องให้มาในนามของตัวแทนตระกูลเท็นโชวอินด้วยล่ะ


แต่ก็ต้องขอขอบคุณตั๋วคอนเสิร์ตที่ผมได้มานะ ผมจะเข้าออกฮอลล์เมื่อไหร่ก็ได้ เพราะงั้น...


ผมก็เลยคิดว่าจะมาดูคอนเสิร์ตตอนเช้าด้วย้หมือนกัน แถมดูเหมือนว่า มิเคจิมะ มาดาระคุง จาก MaM เองก็มาแสดงด้วยเหมือนกันนะ


บวกกับคอนเน็คชั่นแล้วก็นิสัยของเขา เขาก็คงจะเชิญแขกที่น่าสนใจได้เหมือนกัน


เด็กคนนั้นอยู่เหนือความคาดหมายของผมเลยล่ะ เป็นสัตว์ประหลาดที่ผมฆ่าไม่ได้ ผมอยากจะทำลายความเป็นมนุษย์เขาทิ้งซะ แบบนั้นพวกเรารับมือกับปัญหาที่เขาสร้างได้ทุกเมื่อ



เคย์โตะ : ฉันว่าเราควรไม่ไปยุ่งกับมิเคจิมะดีกว่า เพราะเขาพึ่งพาแค่ตัวเองคนเดียวเท่านั้น


การที่นายคิดจะฆ่าเขาโดยการเล็งไปที่จุดอ่อนของเขามันทำอะไรไม่ได้หรอก เขาเป็นปีศาจเก่าแก่ ที่ไม่มีใครสามารถแตะต้องได้



เอย์จิ : เธอก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอว่าเธอกำลังพูดอะไรออกมา ผมคนเดียวไม่สามารถทำอะไรเขาได้หรอก



เคย์โตะ : เขาเป็นคนที่อยู่เหนือความเข้าใจของนายนะ เด็กๆ ไม่มีวันเข้าใจผู้ใหญ่หรอกน่า



เอย์จิ : ก็นะ ตราบใดที่เขาไม่เข้ามายุ่มย่ามกับผม ผมก็ไม่คิดจะเข้าไปยุ่งกับเขาหรอก แต่ว่า...


เขาเป็นคนที่แปลกออกมา มันน่าประหลาดใจนะ— เหมือนกับการมองหอยที่สามารถระเบิดเปลือกของมันออกมาได้ทุกเมื่อ


[MaM] เป็น [โซโล่ยูนิต] เพียงหนึ่งเดียวในยูเมะโนะซากิ


เพราะว่ากิจกรรมส่วนมากของเขาเกิดขึ้นนอกโรงเรียน— โดยเฉพาะต่างประเทศ— เพราะงั้นเขาเลยไม่ค่อยได้มาแสดงในดรีมเฟส และ


เขาชอบวางตัวอยู่เหนือกฎเกณฑ์ และกฎที่พวกเราสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก ใช่แล้ว เขาแข็งแกร่งจริงๆ


ผมรู้สึกว่ามันอันตรายมาก ที่จะปล่อยเขาเอาไว้คนเดียว แม้ว่าตอนนี้มันจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดก็เถอะ


แต่ว่าอย่างแรกเลยนะ อะไรคือ [โซโล่ยูนิต] กันแน่? มันฟังดูย้อนแย้งยังไงอยู่นะ


เพียงแค่มิเคจิมะคุง— แค่ [MaM]— เป็นสิ่งเดียวทุกเป็นข้อยกเว้น


เคย์โตะ ก่อนที่ผมจะรู้สึก เธอก็รับเจ้าสิ่งแปลกปลอมนั่นเอาไว้แล้ว...


แล้วในตอนนี้พวกเราก็กำจัดเจ้า [โซโล่ยูนิต] นั่นออกไปได้อีกแล้ว


เอาเถอะ แต่ว่าผมจะปล่อยมันไปก่อนแล้วกัน เพราะว่าซักวันนึง มันก็จะกลับเข้ามาอยู่ในกำมือของผม เหมือนกับ [ยูนิตชั่วคราว] อยู่ดี


นั่นแหละนะ ไม่มีปัญหาอะไรที่อยู่เหนือความคาดหมายหรอก



เคย์โตะ : ถ้านายว่างั้นล่ะก็ ขอโทษที่ฉันทำอะไรไปโดยพลการก็แล้วกัน


เขาเคยช่วยฉันเอาไว้ครั้งนึง... เพื่อเป็นการตอบแทน ฉันไม่สามารถปฏิเสธ [โซโล่ยูนิต] ของเขาได้หรอกนะ


แต่เพราะแบบนั้น ฉันก็เลยกันมิเคจิมะออกจากหนึ่งใน [โกะคิจิน] ชินไค คานาตะได้


ถ้าเกิดฉันปล่อยมิเคจิมะไว้คนเดียวตรงนั้นล่ะก็ ทุกอย่างมันก็คงจบลงตั้งแต่ตอนนั้นแล้วล่ะ



เอย์จิ : ฮึฮึ เธอใช้วิธีที่รวดเร็วเสมอเลยนะ แต่ว่าแบบนั้นมันก็ออกจะฝืนไปหน่อย ในตอนนี้พวกเราก็เลยได้เจอปัญหาหลังจากปัญหาขึ้นมาอีกที


ผมดีใจที่มันไม่ได้จบลงกลางทางนะ มันเป็นเรื่องแย่ๆ ที่จบลงในพริบตาเดียว


ยังไงก็แล้วแต่ ผมก็ยังเป็นเพียงคนเดียวที่คอยเชียร์ไม่ให้เธอยอมแพ้ แล้วก็เขียนเรื่องราวนี้ไปจนถึงตอนจบอยู่ดี



เคย์โตะ : ฉันไม่ต้องการเสียงเชียร์จากนายหรอกนะ ยังไงเราก็เป็นคู่หูอาชญากรอยู่แล้ว มันก็เป็นแค่การประจบของนายเท่านั้นแหละน่า


================================
ในที่สุดบทที่สามก็แปลเสร็จแล้วค่ะ

จริงๆ บางทีก็อยากจะหาสตอรี่พาร์ทที่มรีบทดีๆ ให้เอย์จิบ้างนะคะ รู้สึกอ่านมากี่บทๆ ก็ดูเป็นตัวร้ายทั้งนั้นเลย...

อีเว้นท์ต่อไปมีอีเว้นท์ไหนที่อยากอ่าน สามารถแจ้งกันได้นะคะ แปลมั้ยนี่อีกเรื่อง 5555

การที่มานั่งแปลใหม่ตั้งแต่หนึ่งมันเหนื่อยจริงๆ นะคะ

แต่ก็จะพยายามมาอัพประจำไม่ให้ขาดค่ะ

บทที่สี่ไม่มั่นใจว่าจะเสร็จภายในตอนไหน แต่จะพยายามรีบแปลมาให้ตอนที่มีเวลานะคะ

ฝากติดตามกันด้วยค่า

Cacophony◆Whirling Horror Night Halloween - HOLLOW WIN 8

  ผู้แปล : Grazioco สถานที่ : ห้องเก็บเสียงสำหรับซ้อม มาโคโตะ : อืม แต่ว่าช่วงนี้น่ะ ผมรู้สึกว่าต่อให้พวกเราพยายามจะกั๊กข้อมูลยังไง มั...