ฤดู : ใบไม้ผลิ
สถานที่ : ในห้องเรียน
นาซึนะ : ทุกคน~ คงจะเหนื่อยแย้วล่ะสิ..... ♪
มิตสึรุ : อะฮะฮะ นี่จัง คุณนี่แหละที่ดูท่าจะเหนื่อยที่สุด! ฮึบเข้าไว้! กินขนมปัง! ขนมปัง ขนมปัง ขนมปัง~☆
โทโมยะ : ขนาดเพิ่งจบการแสดงนายยังมีแรงเหลือเยอะขนาดนี้ได้.... ที่จริงฉันก็หิวเหมือนกัน แบ่งขนมปังมาบ้างได้มั้ย?
มิตสึรุ : แน่นอน! ระหว่างที่ฉันกลับมาฉันแวะซื้อมาจากร้านค้าน่ะ~ ว่าแต่นายอยากกินอันไหนล่ะ?
อันกลมๆ อันนั้นหรืออันที่ไม่กลมอันนั้น~ หรือว่าอันที่ห้อยอยู่ตรงนั้น หรือว่าอันสีแดงตรงนั้นดีล่ะ! ♪
โทโมยะ : เรียกว่าอันปัง ขนมปังแกงกระหรี่ หรืออะไรแบบนี้จะได้มั้ย? นายอธิบายแบบที่ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ...
เฮ้อ~ ฉันยอมแล้วล่ะ แค่ขยับนิ้วยังรู้สึกว่าจะไม่ไหวเลย มิตสึรุ นายนี่แข็งแรงจริงๆ~ นายนี่ไปได้ไกลแหงๆ เลย
มิตสึรุ : ฉันออกกำลังกายเหรอ? ใช่แล้ว! ฉันออกกำลังกายประจำเลย เพราะว่าฉันจะต้องลดไขมันยังไงล่ะ! หนึ่ง สอง สาม สี่! ♪
โทโมยะ : ไม่ใช่สิ ไม่ใช่ออกกำลังกาย แต่ฉันบอกว่านายไปได้ไกลต่างหากล่ะ... ทำไมนายถึงได้มีแรงเยอะขนาดนี้กันนะ?
หืม?! ฮาจิเมะ? นายไหวมั้ย? ยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า?
ฮาจิเมะ : .......เอ๊ะ!?
ข-ขอโทษ พอดีว่า... ผมรู้สึกว่าจะเป็นลมน่ะ
โทโมยะ : นายไม่ค่อยแข็งแรงสินะ ฮาจิเมะ~ แต่จริงๆ ฉันเองก็ว่านายไม่ค่อยได้หรอก
พูดตรงๆ เลยว่าช่วงครึ่งหลังฉันแทบจะขยับเท้าไม่ไหวแล้วด้วยซ้ำ หมวกของฉันหลุดตอนแสดงไปได้ครึ่งนึง แต่ฉันไม่มีแรงหยิบมันขึ้นมาเลย แย่จริงๆ
ขอโทษนะ นี่จัง.... ผม.. ถ่วงคุณใช่มั้ย?
นาซึนะ : พูดอะไรของนาย นายทำได้ดีแล้วที่เคลื่อนไหวได้มากขนาดนั้นน่ะ
แม้ว่าพวกนายจะแทบไม่มีประสบการณ์ไลฟ์มาก่อนเลย แต่ว่าพวกนายก็ทำได้ดีมากๆ เลยล่ะ เดี๋ยวนี่จังจะทำชามะนาวร้อนๆ ให้กินเอง ♪
มันช่วยได้เยอะเลยล่ะ~ ดื่มเข้านะ ฉันมีผ้าร้อนด้วย♪
ฮาจิเมะ : โอ๊ะ~.... มันอุ่นจังเลย สบายดีจัง.... ♪
มิตสึรุ : นี่จัง ดูนี่สิ ดูนี่! มันมีเม็ดมะนาวอยู่ในนี้ด้วยล่ะ! ฉันโชคดีจังเลย! ถ้าเกิดปลูกไว้ตรงนี้ล่ะก็ ปีหน้าพวกเราจะต้องมีมะนาวไว้กินเยอะมากแน่ๆ เลย!
อะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ☆
นาซึนะ : มิตสึรุจิน ถึงนายจะแข็งแรงก็เถอะ แต่ว่าร่างกายนายก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ดีนะ.... นายยังคงมีแรงเหลือมาตั้งแต่อยู่บนเวที แต่ว่าถ้าเกิดนายไม่รีบพักผ่อนเข้าล่ะก็ พรุ่งนี้มันจะแย่เอานะ
เอาเถอะ แต่ว่านายก็ยังเด็กแหละ เพราะงั้นฉันว่าคงไม่เป็นไร แต่ว่า...
อา~... มีแต่คนเป็นห่วงฉันงั้นสินะ
ตอนนี้ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมดแล้วเนี่ย...
ฮาจิเมะ : อะฮะฮะ.... ผมเองก็กระวนกระวายเหมือนกัน เพราะว่าผมได้อยู่ใกล้ๆ คุณแล้วก็มองคุณไปด้วย
บรรยากาศมันกดดันเหมือนกับเวลาที่ครอบครัวของผมพูดเรื่องการเงินในบ้านเลยล่ะ
โทโมยะ : นี่จัง วันนี้คนที่พวกเราเจอในไลฟ์น่ะ..... จะเป็นอะไรมั้ยถ้าเกิดผมอยากถามเกี่ยวกับ Valkyrie?
มันเป็นยูนิตที่คุณเคยอยู่เมื่อก่อนใช่มั้ย?
มิตสึรุ : อ๊ะ! ผมก็อยากรู้เหมือนกันนะ! เจ้าพวกนั้นมันแปลกชะมัด! ผมพูดไม่ถูก แต่ตัวสั่นไปหมดเลย!
ฮาจิเมะ : อย่างกับคนละโลกเลยนะครับ? เหมือนกับว่า... พวกเขาไม่ใช่มนุษย์? มันมีอะไรที่ดูแปลกๆ พวกเขาดูนิ่งมากเลย... แต่ว่าการแสดงของพวกเขาก็ยอดเยี่ยมมากเหมือนกัน
แม้ว่าพวกเราจะมีกันสี่คน แต่พวกเขามีกันแค่สอง แต่ก็เหมือนกับว่าพวกเขาสามารถเตะพวกเราลงจากเวทีได้ทุกเมื่อเลย...
ถ้าเกิดมันไม่ใช่การแข่งแต่ว่าเป็นการแสดงเฉยๆ พวกเราคงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่านี้
ผม... รู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในฝันร้ายมาซักพักแล้วล่ะ... พวกเขาน่ากลัวจริงๆ
โทโมยะ : แต่ว่านายรู้มั้ย ถ้าเกิดเทียบกับในสมัยที่ Valkyrie รุ่งเรืองที่สุดแล้ว นี่เรียกได้เลยว่าพวกเขายังไม่ได้แสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาให้ได้เห็น
ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเพราะว่านี่จังออกมา? ดูเหมือนว่าพวกเขาจะขาดคนที่สำคัญไป
แต่ว่านะ ยังไงก็เถอะ พวกเราแพ้อยู่ดี
มันน่าหงุดหงิดจริงๆ นะ... ฉันคิดว่าพวกเราจะสูสีมากกว่านี้ซะอีก แต่ว่า...
มิตสึรุ : อย่ามาทำตัวมืดมสน่า ทั้งนายโทโมะจัง นายด้วย ฮาจิเมะจัง! ศัตรูของพวกเราเป็นมนุษย์เหมือนกัน เหมือนกับพวกเรา! พวกเขาไม่น่ากลัวหรอกถ้าเอาไปเทียบกับปืนกลหรือว่ารถถัง!
ครั้งหน้าพวกเราไม่มีวันแพ้แน่~! อ๊าา แต่มันก็น่าหงุดหงิดจริงๆ นั่นแหละ!
ฉัน.. ฉันจะไปวิ่งเพิ่มนะ! วิ่ง แล้วก็วิ่ง แล้วก็เติบโตขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น! ☆
โทโมยะ : เดี๋ยวสิ ฉันบอกว่าให้นายพักไงถึงนายจะไม่ออกอาการก็เถอะ แต่ว่านายเองก็เหนื่อยใช่มั้ยล่ะ นายจะทำให้กล้ามเนื้อนายอักเสบเอานะ?
ฮาจิเมะ : อะฮะฮะ มิตสึรุคุง แม้ว่าปกตินายจะไม่เข้าใจอะไรยากๆ แต่ว่าเวลาเป็นเรื่องการแข่งขัน นายเนี่ยทุ่มสุดตัวเสมอเลยนะ.... สมกับเป็นเด็กผู้ชายจริงๆ ผมเองก็ต้องเรียนรู้จากเขาเหมือนกันสินะ
โทโมยะ : อะฮะฮะ นั่นสิ ฉันเองก็ต้องทำตัวโง่ๆ แบบเขาดูบ้างซะแล้ว พรุ่งนี้เรามาพยายามให้เต็มที่กันเถอะ~.... ฉันรู้สึกเหมือนว่าจะโดนหักคะแนนไปซะแล้วล่ะ!
นาซึนะ : อืม เกี่ยวกับ Valkyrie น่ะ ฉันจะเล่าให้พวกนายฟังแล้วกัน
โทโมยะ : .....ถ้าเกิดคุณลำบากใจคุณค่อยเล่าตอนที่สบายใจก็ได้นะ
นาซึนะ : ไม่ล่ะ ยังไงซักวันฉันก็ต้องเล่าให้พวกนายฟังอยู่แล้ว แถมตอนนี้ก็เป็นโอกาสที่เหมาะที่จะเล่าแล้วด้วย
มันเป็นเวลาหลังไลฟ์แล้ว ฉันควรจะปล่อยให้พวกนายกลับบ้านพักผ่อน แต่ว่า...
ฉันสรุปมันคร่าวๆ แล้วล่ะ คงใช้เวลาไม่นานหรอก ถึงฉันจะไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของตัวเองเท่าไหร่ก็เถอะ แถมบางอย่างอาจจะสะกิดใจฉันอยู่ แต่...
ถึงจะเป็นแบบนั้น ฉันก็อยากให้พวกนายได้รับรู้
ฉันน่ะ... ไม่อยากทำกับพวกนายเหมือนกับว่าเป็นแค่ตุ๊กตาที่จะเติมเต็มความฝันของฉัน เหมือนกับที่อิทสึกิบอกว่าพวกนายเป็น เพราะงั้น...
ฉันอยากจะคุยกับพวกนายอย่างเท่าเทียม เหมือนกับมนุษย์ที่มีหัวใย
แน่นอนว่าฉันไม่ได้อยากให้พวกนายมายกยอฉัน มันเป็นแค่เรื่องที่ฉันอยากพูดออกมาเท่านั้นล่ะ
ฉันแค่ไม่อยากทำให้พวกนายต้องเจ็บปวด เพราะงั้นฉันจะเลือกทางของตัวเอง และมันก็มีบางสิ่งที่ฉันอาจจะสื่อออกไปไม่ได้
แต่ถ้าเกิดพวกนายโอเคล่ะก็... มาทางนี้สิ พวกนาย
จนถึงตอนนี้ ฉันยังไม่เคยเล่ามันให้ใครฟังเลย เพราะงั้นมาเก็บไว้เป็นความลับของพวกเราเถอะนะ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว.... ฉันเคยเป็นตุ๊กตาที่ไม่มีความปรารถนาเป็นของตัวเอง
================================================
เปิดตอนมาก็มีกลิ่นดราม่าฟุ้งเลย 55555
อยากพายามแปลสตอรี่นี้ให้ทันสเตจวัลคีรี่ให้ได้ แต่ดูทรงแล้วน่าจะไม่ทัน
ยังไงก็มาอัพให้แล้วนะคะ ขอฝาก Marionette เอาไว้ในอ้อมอกด้วยนะคะ <3
ขอบคุณที่แปลนะ >< กำลังไล่อ่านเลย 555+
ตอบลบปล แอดมีทวิตเตอร์ หรือ ไลน์กรุ๊ป ที่คุยเรื่องเกมนี้ไหม อยากหาคนคุยเกี่ยวกับเกมนี้ด้วยอะ ตอนนี้หาคนคุยด้วยไม่ได้เลย TwT
ไม่รู้ทำไมเข้าในมือถือแล้วตอบเม้นท์ไม่ได้ เส้า—
ลบมีแต่ทวิตแอดเอามั้ยคะ 555555
@graciozoTH มาเม้ากันได้ เหงาเหมือนกันค่ะ คร่อก
เอาๆ ><
ลบความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบเรารักคุณค่ะ//โดดกอด
ตอบลบขอบคุณที่แปลให้นะคะ
สู้ๆค่ะ
ขอบคุณที่แปลนะคะ ตามอ่านทั้งหมดทุกอันที่แปลเลย ขอบคุณจริงๆค่ะ
ตอบลบ